ถาม-ตอบ


สิวเสี้ยนเกิดจากอะไร ดูแลรักษาอย่างไร

สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เกิดจากการที่มีขนอ่อนเส้นเล็กๆ อุดอยู่ตามรูขุมขนบริเวณจมูก ข้างแก้ม คาง ร่วมกับอาจมีไขมันอุดตันอยู่ตามรูขุมขนดังกล่าว ทำให้เห็นลักษณะเป็นจุดดำๆ เมื่อบีบหรือลอกออกจะเห็นเป็นเส้นเล็กๆสีดำ หรือ เหลืองก็ได้ มักพบเป็นปัญหาเรื้อรัง 

การรักษาสิวเสี้ยน ทำได้โดยการใช้ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ ช่วยลดการอุดตัน ทำให้สิวเสี้ยนหลุดได้ง่ายขึ้น หรือร่วมกับการรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ ก็พบว่าทำให้สิวเสี้ยนดีขึ้น ลดการเกิดใหม่ได้ช้าลง และช่วยทำให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น

ปัญหาสิวเกิดจากสาเหตุใด และจะรักษาอย่างไร

สิว (Acne) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในวัยรุ่นทั้งชายและหญิง เป็นการอุดตันของต่อมไขมันและท่อรูขุมขน (Pilosebaceous unit) เกิดได้หลายสาเหตุ แบ่งได้เป็นสิวอุดตัน และ สิวอักเสบ ปัญหาในวัยรุ่นมักเกิดจากฮอร์โมนเป็นหลัก อาหารบางประเภทเช่น ช็อกโกแลต เนย รวมถึงอาหารฟาสต์ฟู้ด ต่างๆ อาจส่งเสริมทำให้สิวกำเริบได้ง่ายขึ้น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้สิวเป็นมากขึ้น 

การรักษาสิว มักจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวที่เป็นอยู่ โดยทั่วไปการรักษาจะเริ่มด้วยยาทา การใช้ควบคู่กับยารับประทาน เหมาะสำหรับสิวที่เป็นรุนแรงปานกลางถึงมาก ส่วนการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การกดสิว การใช้ทรีตเมนท์ การใช้เลเซอร์ ถ้าเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมจะทำให้สิวหายเร็วขึ้น และช่วยลดโอกาสการเกิดรอยดำหรือรอยแผลเป็น

เป็นฝ้ามานาน รักษามาหลายที่แล้ว ไม่ดีขึ้นทำอย่างไร

ฝ้า (Melasma) มักพบเป็นปื้นสีน้ำตาล บริเวณ โหนกแก้มทั้งสองข้าง สันจมูก ไรหนวด ขมับ และคาง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) จึงมักพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือผู้ที่ทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน แสงแดดยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นทำให้ฝ้าเข้มมากขึ้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาทำให้ฝ้าหายขาดได้อย่างถาวร การรักษาส่วนใหญ่เน้นให้ฝ้าที่เข้มนั้นดูจางลง และทำให้สีผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกัน 

การรักษามีได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยาทา ยารับประทาน การทำทรีตเมนท์และเลเซอร์ นอกจากนี้การหลบเลี่ยงแสงแดดแรง ในช่วง 10.00-16.00 น. รวมถึงการทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จะช่วยทำให้ฝ้าดีขึ้น และยังเป็นการช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย (Photo-aging) อีกด้วย

กระมีกี่ประเภท และดูแลรักษาอย่างไร

กระ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและมักสร้างความสับสนให้กับคนไข้ เนื่องจากมีได้หลายชนิด และวิธีรักษาแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกัน โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ 

1. กระแดด พบเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาล เรียบไม่นูน มักกระจายอยู่ที่บริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างและสันจมูก พบได้ตั้งแต่เด็ก เกิดจากกรรมพันธุ์ แสงแดดจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เข้มขึ้นได้ การทาครีมกันแดดและหลบเลี่ยงแสงแดดแรง จะช่วยทำให้กระมีสีจางลง 

2. กระเนื้อ มักพบเป็นจุดนูนเล็กๆ หรือพบเป็นลักษณะติ่งเนื้อนูน ซึ่งอาจมีสีเนื้อหรือสีน้ำตาลอ่อน เกิดจากเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรงของผิวหนัง อาจก่อให้เกิดความรำคาญ มักพบในคนสูงอายุ การรักษาทำได้โดยแต้มน้ำยาซึ่งทำให้กระเนื้อหลุดออกไป หรือการใช้เลเซอร์ทำลายกระเนื้อ 

3. กระลึก พบเป็นผื่นราบสีน้ำตาลอมฟ้าเทา บริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง ซึ่งกระลึกจริงๆแล้วเป็นปานชนิดหนึ่ง การใช้ยาทามักไม่ค่อยได้ผล ต้องรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ แต่อาจต้องหลายครั้ง

รูขุมขนกว้าง รักษาได้อย่างไร

รูขุมขนกว้างพบได้บ่อยในคนที่มีผิวหน้ามัน หรือต่อมไขมันโต ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกกำหนดมาในแต่ละคน คนที่มีผิวหน้าแห้ง มักไม่ค่อยพบปัญหานี้ ในปัจจุบันเรายังไม่มีวิธีรักษาที่จะทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลงได้อย่างถาวร การดูแลด้วยทรีตเมนต์หรือเลเซอร์เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยคงสภาพผิวที่ดี และทำให้รูขุมขนดูกระชับเล็กลงได้

Botox คืออะไร สามารถนำมารักษาอะไรได้บ้าง

Botox เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากแบคทีเรีย นำมาใช้เพื่อลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น หน้าผาก รอยขมวดคิ้ว หรือรอยตีนกา ทำให้ใบหน้ากระชับขึ้น แก้ปัญหาหน้าเหลี่ยมหรือกรามใหญ่ ช่วยลดการนอนกัดฟัน ลดปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ ลดปัญหาน่องโต ซึ่งการรักษาโดยการฉีด botox นั้นสามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 3-6 เดือนต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา การรักษาโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ จะมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบอาจเป็นรอยช้ำหรือจุดเลือดออกบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายไปได้เอง

Fillers คืออะไร แตกต่างจาก Botox อย่างไร

Fillers หรือสารเติมเต็ม เป็นสารกลุ่ม Hyaluronic acid ซึ่งเป็นสารที่มีความปลอดภัยสูงมาก การฉีดไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบอาการแพ้ มักนำมาใช้เติมในบริเวณร่องแก้ม ฉีดเติมสันจมูกให้ดูโด่งขึ้น ฉีดลดรอยคล้ำใต้ตา รวมถึงทำให้ผิวหน้าดูชุ่มชื้นขึ้น ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย การฉีด fillers นั้นสามารถอยู่ได้นาน 3-6 เดือน

มีวิธีใดบ้างในการลดสัดส่วนไขมัน หรือเซลลูไลท์

การลดสัดส่วนไขมัน หรือ เซลลูไลท์ สามารถทำได้โดย 

1. การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะช่วยทำให้เซลล์ไขมันถูกทำลายแตกตัวแล้วถูกกำจัดออกไป สามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น ท้องแขน หน้าท้อง สะโพก ต้นขา ทำให้ผิวบริเวณที่รักษาดูกระชับขึ้น และยังสามารถนำมารักษาปัญหา ผิวแตกลายได้อีกด้วย การรักษาด้วย Carboxy threrapy ควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด 

2. การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ (Tripolar RF) เป็นการทำให้ผิวกระชับขึ้น ช่วยลดเซลลูไลท์ เป็นการรักษาที่ปลอดภัยสูง ไม่เจ็บ สามารถทำได้เป็นประจำโดยไม่มีผลข้างเคียง และสามารถนำมาใช้คู่กับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆได้ด้วย

อยากกำจัดขนถาวร ทำได้อย่างไร

การลดสัดส่วนไขมัน หรือ เซลลูไลท์ สามารถทำได้โดย 

การกำจัดขนถาวร ด้วยการใช้เลเซอร์ GentleYAG เป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง สามารถกำจัดขนอ่อนได้ด้วย หรือนำมาใช้ในการรักษาขนคุดบริเวณใบหน้า มักนำมาใช้กำจัดขนบริเวณใบหน้า หนวด เครา รักแร้ หน้าแข้ง โดยเลเซอร์จะลงไปยังรูขุมขนและทำให้เกิดการทำลายเส้นขนได้อย่างถาวร การรักษาเพียงหนึ่งครั้ง ขนจะบางลงประมาณ 30% ดังนั้นจึงควรรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 4-8 สัปดาห์ต่อครั้ง ขนที่ขึ้นใหม่จะมีเส้นเล็กและบางลง เลเซอร์ GentleYAG สามารถทำได้ในคนที่มีสีผิวทุกประเภท รวมถึงสีผิวคล้ำ ผลข้างเคียงที่พบหลังทำ อาจมีตุ่มแดงซึ่งสามารถหายได้เอง

ปัญหาผมร่วง ผมบาง เกิดจากสาเหตุใด รวมถึงรักษาได้อย่างไรบ้าง

ปัญหาผมร่วง ผมบางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเพศชาย เกิดจากฮอร์โมน DHT เป็นสาเหตุหลัก ซึ่งการรักษาผมบาง ทำได้โดยใช้ยาทาควบคู่กับยารับประทาน ซึ่งอาจจะต้องกินอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพบว่าถ้าหยุดยา อาจทำให้ผมกลับมาร่วงหรือบางใหม่ได้ 

การรักษาด้วย Mesotherapy พบว่าจะช่วยทำให้เส้นเลือดบริเวณหนังศรีษะมีการไหลเวียนดีขึ้น ช่วยทำให้ผมดูหนาขึ้น เส้นผมมีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่พบผลข้างเคียงอย่างใด

 
 
 
Visitors: 462,922